[Fic HP] คืนไร้เงา
posted on 10 Jul 2006 19:30 by luneวันนี้ไม่มีไรทำในเน็ตเลยถือโอกาสมาโพสท์ฟิคในนี้แทน ^^
ฟิคเรื่องแรกเองค่า เขียนเรื่องนี้เมื่อต้นปีที่แล้วหลังจากที่ได้แล็ปท็อปเครื่องนี้
ฟิคแฮร์รี่เศร้าๆเรื่องแรกในชีวิต ^^"
Title: คืนไร้เงา (Shadowless Night)
Pairing: JP/SS
Genre: Angst
Disclamer: the characters aren't mine, ของเจเคทั้งน้าน
Note: One-shot สั้นๆค่ะ แล้วก็จบแบบโศกนะคะ
ในบริเวรโรงเรียนที่พ่อมดแม่มดต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ขณะนี้นั้นว่างเปล่าและเงียบสงบเพราะเป็นช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ที่เหลืออยู่ก็จะมีแต่อาจารย์ที่ไม่ได้ไปไหนเพียงไม่กี่คน และในคำคืนที่มืดมิดแบบนี้ เหล่าอาจารย์ที่เหลืออยู่ทั้งหลายได้ออกไปทานข้าวและสังสรรค์กันที่ฮอกมีดส์ แต่ยังมีใครอีกคนที่แยกตัวเดียวออกมา อาจารย์ที่ปกติมักจะอยู่แต่ในคุกใต้ดิน ศาสตราจารย์เซเวอรัส สเนปแห่งบ้านสลิธีรีน แทบจะไม่ได้ออกไปเจออาจารย์คนอื่นๆเลย ระหว่างฤดูร้อนที่ผ่านมา ฉะนั้นมันถึงเป็นอะไรที่แปลกมากที่จะเห็นศาสตราจารย์สอนปรุงยาคนนี้เดินอยู่ที่ริมทะเลสาบอย่างในตอนนี้
เสร็จซักที เซเวอรัสกล่าวขึ้นหลังจากที่ปรุงยาเสร็จ
ก็อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นระหว่างที่อาจารย์สอนวิชาปรุงยากำลังนั่งจิบยาที่พึ่งปรุงเสร็จ พอ
ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาเดินไปเปิดก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นผู้มาเยือน
ไม่ออกไปข้างนอกกับคนอื่นหรอ เสียงของอาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนดังขึ้น
ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ มีธุระอะไรหรือครับ เซเวอรัสถามด้วยอาการแปลกใจ ปกติอาจารย์ใหญ่ไม่ค่อยจะลงมาหาเป็นการส่วนตัวเลย ปกติถ้ามีเรื่องที่ต้องคุยกัน จะเป็นตัวเค้าเองไปหามากกว่า
ศาสตราจารย์ใหญ่หัวเราะเบาๆกับอาการของอีกฝ่ายพร้อมกับพูดว่า เปล่าหรอก ไม่มีอะไร แค่จะ
มาชวนออกไปข้างนอกกันหน่ะ เห็นหมกตัวอยู่แต่ในนี้ ฉันยังไม่อยากที่จะเสียศาสตราจารย์ปรุงยาไป เพราะเค้ามัวแต่อยู่ในคุกใต้ดินจนเป็นบ้าไปนะ อาจารย์ดัมเบิลดอร์ยังแซวอดีตลูกศิษย์ของตนอย่างเป็นกันเอง แล้วนั่นปรุงยาอะไรอีกหล่ะ
ชายชราถามเมื่อเหลือบไปเห็นข้าวของที่ยังวางระเกะระกะอยู่แถวๆหม้อปรุงยา
อ๋อ พอดีผมปรุงยาคลายเครียดหน่ะครับ ชายผมดำตอบ
เอาไว้ดื่มเองหรอ
ใช่ครับ เซเวอรัสบอกอย่างเก้อๆ
เซเวอรัส ยาคลายเครียดที่ดีที่สุดหน่ะ คือการที่ได้ออกไปข้างนอกนะ ถ้าเธอมัวแต่จะอย่แต่ในคุกใต้ดินอย่างนี้ ไม่ว่ายาตัวไหนก็ช่วยเธอได้หรอก อาจารย์ใหญ่กล่าวอย่างอ่อนโยน
ครับ ศาสตราจารย์ประจำบ้านสลิเธอรินพูดอย่างแผ่วเบา แต่ก็ยังไม่มีท่าทีจะออกไปไหน ทำให้อาจารย์ใหญ่ได้แต่ถอนหายใจเบาๆพร้อมกับพูดว่า
งั้นชั้นคงต้องขอตัวกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวคนอื่นจะรอนาน เธอไม่ไปแน่นะ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ถามอีกครั้ง
ครับ ผมแน่ใจ ชายผมดำตอยกลับพร้อมกับเดินมาส่งอาจารย์ใหญ่ที่ประตู
งั้นชั้นไปก่อนนะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้าเซเวอรัส
ครับ ราตรีสวัสดิ์ครับอาจารย์ใหญ่
หลังจากที่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์กลับไปแล้ว เซเวอรัสก็กลับมานั่งที่เดิมอีกครั้งพร้อมกับจิบยาไปเรื่อยๆจนหมด แต่ดูเหมือนกับวาอาจารย์ใหญ่จะพูดถูก ขนาดดื่มหมดแล้วยังไม่หายเลย สุดท้ายเซเวอรัสจึงทำตามคำแนะนำของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์และออกไปเดินข้างนอก
ชายผมดำคนนี้เดินไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมายริมทะเลสาบจนมาถึงที่ต้นไม้ต้นนึงที่ๆเค้าเคยนั่งกับใครบางคน ร่างบางทรุดตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ต้นนั้นพร้อมกลับเหงนหน้ามาท้องฟ้า ในค่ำคืนนี้แทบไม่มีแสงจากสิ่งใดเลยที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า เหมือนกับในใจของศาสตราจารย์ปรุงยาคนนี้ ที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความมืด
บรรยายกาศเช่นนี้ชั้งย้อนความทรงจำที่แสนเศร้าสร้อย สเนปค่อยๆเงยหน้าขึ้นเหม่อมองท้องไฟ้สีนิลที่มืดมิด พรางนึกย้อนไปยังความทรงจำที่แสนเจ็บปวด
ฟื้นสิฮะแม่ ฟี้นสิ เสียงอันสั่นเครือของเด็กชายวัยเก้าขวบที่พยายามจะปลุกแม่ที่นอนไร้สติอยู่ในอ้อมแขน ทุกๆอย่างเกิดขึ้นเร็วมากพ่อที่ไม่เคยสนใจใส่ของเค้าได้พยายามที่จะแย่งเค้าไปจากแม่เพื่อที่จะเอาไปให้โวลเดอมอร์ แต่แม่คนเดียวของเค้าไม่ยอม ทำให้พ่อโกรธมากจนร่ายคาถากรีดแทงใส่ พร้อมกับหายไป ทิ้งเซเวอรัส สเนปไว้อยู่กับร่างของแม่
ฟื้นสิฮะแม่ ฟื้นเถอะได้โปรดเซเวอรัสพูดพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา แต่ไม่ว่าเค้าจะขอร้องหรืออ้อนวอนมากแค่ไหน แม่คนเดียวของเค้าก็ไม่มีทางกลับมา ในคืนๆนั้น คืนที่ไม่มีแม้แต่แสงดาวหรือแสงจันทร์ เค้าได้เสียคนที่สำคัญที่สุดของเค้าให้แก่ความตาย
แม่ฮะเสียงกระซิบเบาๆดังขึ้นจากร่างเล็กๆที่กำลังย่างก้าวไปตาทางอันมืดมน ร่างเล็กหยุดอยู่หน้าสุสานแห่งหนึ่ง สุสานของผู้ที่เขารักที่สุด
แม่ฮะ ต่อไปผมจะทำยังไงล่ะฮะ แม่เสียพร่ำบ่นซ้ำๆที่แสนสิ้นหวังถูกเอ่ยขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าไม่มีที่สิ้นสุด ตั้งแต่นั้น หัวใจของเซเวอรัส สเนปคนนี้ก็ปิดตายลงอย่างสนิท ดั่งท้องฟ้าที่ไร้เงาของจันทราหรือดาราใดๆ ไร้แสงแห่งความสุข มีเพียงความมืดมิดกับหัวใจที่หนาวเหน็บ
แต่ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป ในตอนนั้น
ตอนที่เขาอยู่ปีสี่ ด้วยความที่เขาเป็นเด็กเงียบขรึม เขาจึงไม่มีเพื่อนเลยแม้ซักคนเดียว แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว อยู่ตัวคนเดียว จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดอีก แต่แล้วเขาก็เข้ามา ละลายน้ำแข็งในใจของใครคนนี้ ไขกุญแจเปิดหัวใจที่ปิดตายและด้านชา ทำลายกำแพงที่เขาใช้ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอก คนๆนั้น เจมส์ พอตเตอร์ แห่งบ้าน กริฟฟินดอร์
เจมส์เฝ้ามองเซเวอรัสมาตลอด และทำได้ทุกวิธีทางเพื่อให้เซเวอรัสหันกลับมามองบ้าง แม้กระทั้งแกล้งแรงๆก็ตาม และก็เหมือนกับที่โบราณเขาว่าไว้ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ความสำเร็จของเจมส์นั้นก็ได้มาถึงในคืนเดือนมืดต้นปีหกนั้นเอง
ในคืนนั้นเซเวอรัสได้ออกมาเดินข้างนอกเนื่องจากนอนไม่หลับ เหมือนๆกับทุกๆคืนที่บนฟากฟ้าไม่มีแสงสว่างจากดวงดาวหรือพระจันทร์ เด็กหนุ่มผมดำเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย เหมือนชีวิตเค้า ใช่ เหมือนกับชีวิตของเค้าที่อยู่ไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย เด็กหนุ่มเดินไปเรื่อยจนกระทั่งไปหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ริมทะเลสาบ เค้านั่งลงพร้อมกับหลับตา ฉับพลันน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างหยุดไม่ได้ เด็กหนุ่มสะอื้นจนตัวโย แต่แล้วก็มีแขนคู่หนึ่งมาโอบกอดเค้าไว้ ในตอนนั้น ภาพเหตุการณ์อดีตที่มักตามหลอกหลอนเขาเสมอ ฉายกลับไปกลับมาเหมือนย้ำเตือนว่าไม่มีทางที่เขาจะหนีมันไปไหน ไม่ว่าจะทำยังไง สิ่งเหล่านั้นก็ยังอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขาเอง ภายในอ้อมแขนอันแข็งแกร่งแต่อ่อนโยนนั้น ทำให้กำแพงแห่งความเข้มแข็งที่ปิดกั้นใจของเขาไว้ได้พังทลายลงมา
เมื่อสติเริ่มที่จะกลับมาเซวอรัสก็ได้เงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของของอ้อมแขนคู่นี้ และก็ได้พบกับดวงตาสีน้ำตาลอันอ่อนโยนของเจมส์ พอตเตอร์ ในตอนนั้นเค้าตกใจมากและพยายามที่จะดันตัวเองออกมาจากอ้อนแขนคู่ แต่มีหรือที่เจมส์จะยอม สุดท้ายเซเวอรัสก็ยอมแพ้พร้อมกับหลับตาลง
ถ้าง่วงก็หลับนะ เสียงทุ้มต่ำอันอ่อนโยนของเจมส์กระซิบบอกที่หูของเซเวอรัส ทำให้ร่างบางหน้าแดงก่ำ
บ้า ร่างบางเอ่ยเบาๆพร้อมกับพยายามที่จะขืนตัวเองออกมาอีกรอบ แต่เพียงกำลังของเค้าคงสู้กับอ้อมแขนของร่างสูงไม่ได้หรอก ร่างบางจึงซบหน้าลงไปตามเดิมอีกครั้ง
ถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็บอกได้นะ ฉันยินดีรับฟ้งเสมออย่าฝืนทำเป็นเข้มแข็งอีกต่อไปเลย มันจะทให้นายยิ่งอ่อนแอนะ เสียงเตือนแห่งความหวังดีอันหนักแน่นแต่อ่อนโยนของเจมส์ ที่กระซิบบอกร่างบางก่อนที่จะแยกกันได้ทำให้หัวใจของเซเวอรัสเต้นผิดจังหวะ
หลังจากนั้น เจมส์และเซเวอรัสได้แอบออกมาเจอกันเสมอ ในคืนเดือนมืดที่ใต้ต้นไม้ริมทะเลสาบ เจมส์ได้ทำทุกวิถีทางที่จะให้ร่างบางเปิดใจให้เขา ส่วนเซเวอรัสเองหลังจากได้ค้นพบว่าตัวเองก็รู้สึกตั้งหน้าตั้งตารอเวลาที่จะได้เจอกับร่างสูง ก็ได้เปิดใจให้กับเจมส์ทีละนิด
เมื่อทุกอย่างล่วงเลยมาได้เกือบปี เซเวอรัสก็ได้เล่าเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นในคืนเดือนมืดเช่นนั้นให้กับเจมส์ ในคืนนั้นทั้งคู่ก็กำลังนั่งคู่กันที่ใต้ต้นไม้อย่างเงียบๆเหมือนเช่นเคย
แปดปีแล้วหรอเนี่ย ร่างบางพูดขึ้นมาอย่างลอยๆ เมื่อความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้ง
อะไรหรอเซเวอรัส เจมส์ถาม ในตลอดเวลาเกือบปีที่สองคนได้แอบออกมาพบกันข้างนอก เซเวอรัสไม่เคยปริปากบอกเลยว่า ทำไมในคืนนั้น เค้าถึงออกมานั่งร้องไห้ข้างนอก แต่ถึงแม้ว่าจะอยากรู้มากเท่าไหร่ ร่างสูงก็ไม่กล้าถามเพราะกลัวว่าจะทำให้อีกฝ่ายเสียใจมากยิ่งขึ้น
แต่แค่คำถามแค่นั้น ก็ทำให้ทำนบน้ำตาของร่างบางพังทลายอีกรอบ น้ำตาเริ่มพรั่งพรูออกมาพร้อมๆกับคำพูดที่เก็บเอาไว้ในใจมาตลอดแปดปี
เพราะชั้นคนเดียว แม่ถึงต้องตาย ถ้าในตอนนั้นชั้นไม่ขัดขืน ป่านนี้ เรื่องแบบนั้นมันก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก
ร่างสูงที่ตกใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินก็พยายามที่จะเรียกสติกลับมาพร้อมกับรั้งร่างบางเข้ามากอด
เพราะชั้นคนเดียวเลยแท้ๆ แม่ถึงต้องตาย ร่างบางสะอื้น ความรู้สึกผิดที่ตามหลอกหลอนมาตลอด ไม่เคยยอมให้ร่างบางได้มีความสุขกับคนอื่นเค้าซักที
ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ เซเวอรัส ร่างสูงพยายามที่จะปลอบแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล เจมส์จึงลองอีกวิธีนึง
ไหนลองบอกชั้นมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างสูงถามอย่างอ่อนโยนลองถามดูเมื่อร่างบางหยุดสะอื้น
คืนนั้น เป็นเหมือนกับคืนนี้แหละ ไม่มีจันทร์หรือดาวบนท้องฟ้า ร่างบางเริ่มเล่าด้วยเสียงอันเลื่อนลอย
แม่กับชั้นพึ่งทานข้าวเย็นกันเสร็จ เรากำลังล้างจานกันอยู่ อยู่ดีๆก็มีเสียงดังขึ้นมาในห้องรับแขก แม่รีบออกไปดูแต่ยังกำกับชั้นให้รออยู่ในห้องครัว ชั้นยืนรออยู่พักนึงก็ได้ยินเสียงคนเถียงกัน ชั้นก็เลยรีบวิ่งออกไปดู ในห้องรับแขก ชั้นเห็นแม่กำลังยืนเถียงกับพ่ออยู่ ชั้นยืนงงอยู่ตรงนั้น ปกติชั้นจะไม่ได้เจอพ่อเลยเพราะพ่อมัวแต่ยุ่งอยู่กับ งาน พอพูดถึงตอนนี้ ร่างบางก็ยิ้มออกมาอย่างเหยียดๆ แล้วก็เล่าต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจะสั่นอีกครั้ง
พอแม่หันมาเห็นชั้นก็รีบไล่ให้ชั้นขึ้นไปบนห้อง แต่พ่อก็ห้ามชั้นไว้แล้วก็สั่งให้ชั้นเดินไปหาเค้า แต่แม่ก็ห้ามเอาไว้ทำให้พ่อโกรธ พ่อสั่งให้ชั้นไปหาเค้าอีกครั้งแต่แม่ก็เข้ามายืนข้างๆชั้นกับ พ่อชักไม้กายาศิษย์ ออกมาแล้วก็ชี้มาที่ชั้นพร้อมกับสั่งให้ชั้นไปหาเค้า และเมื่อชั้นไม่ยอม พ่อก็ยิ้มอย่างเหี้ยมๆพร้อมกับร่ายคาถาใส่ชั้น แต่แม่ก็เข้ามาบังพร้อมกับรับคาถาเข้าไปเต็มๆ ร่างบางหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอีกครั้ง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พอชั้นมารู้ตัวอีกทีพ่อก็หายไป ส่วนร่างของแม่ก็ลงไปกองอยู่ที่พื้นแล้ว ร่างบางสะอื้น แต่ก็ยังพูดต่อ ในชีวิตของชั้น ชั้นมีแม่คนเดียวที่เลี้ยงดูชั้นมา แม่เป็นคนเดียวที่ชั้นรักและรักชั้น แล้วแม่ก็ต้องตายเพราะชั้น ถ้าในตอนนั้นชั้นไม่ขัดขืน แม่ก็คงยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็จะต้องไม่มีใครที่จะต้องเจ็บเพราะชั้นอีก
แต่ชั้นไม่เห็นด้วยนะ ร่างสูงแย้งขึ้น ชั้นว่าแม่ของนายอาจจะต้องเจ็บปวดมากกว่านั้นแน่ถ้าเค้ายอมให้นายไปน่ะ อีกอย่าง ที่แม่ของนายทำแบบนั้นก็เป็นเพราะว่าเค้ารักนายไม่ใช่หรอ เค้าคงอยากให้นายมีชีวิตอยู่ต่อไปนะ แล้วเค้าก็คงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นะที่นายเอาแต่โทษตัวเองอยู่อย่างนี้หน่ะ ร่างสูงช้อนคางของอีกฝ่ายให้ขึ้นมาสบตาพร้อมกบเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มของร่างบางอยู่ อีกอย่าง มีชั้นคนนึงนะ ที่จะเสียใจมากถ้านายยอมไปตอนนั้นเพราะชั้นคงจะไม่มีโอกาสได้เจอนายที่นี่ ร่างสูงพูดพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับคนในอ้อมแขน ร่างบางถึงกับหน้าแดงจึงก้มลงซุกกับอกอันอบอุ่นของอีกฝ่ายอีกครั้ง
เจมส์หัวเราะเบาๆกับอาการอายของอีกฝ่าย แต่ก็ยังแกล้งกระซิบเรียกชื่อร่างบางเบาๆข้างหูของอีกฝ่าย พร้อมกับชี้ให้เซเวอรัสมองไปบนท้องฟ้า
เห็นดาวดวงนั้นหรือเปล่าเซเวอรัส ร่างสูงถามพร้อมกับชี้ไปที่ดาวดวงหนึ่งที่ส่องแสงอยู่ไกลบนท้องฟ้า
ไม่ว่าคืนนี้หรือคืนไหนๆจะมืดมิดซักเท่าไหร่ บนท้องฟ้าก็จะยังมีดาวดวงนึงที่ส่องแสงนำทางให้กับคนหลงทางอยู่ ก็เหมือนกับชั้น ชั้นจะเป็นดั่งดาวดวงนั้นที่จะส่องแสงสว่างให้กับนายเสมอ ไม่ว่าคืนๆนั้นจะมืดมิดซักเท่าไหร่ ฉันจะอยู่เคียงข้างนายตลอดไป ร่างสูงกระซิบบอกร่างบางในอ้อมแขนอย่างหนักแน่น
แล้วนายหล่ะ จะยอมให้ชั้นเป็นดาวนำทางให้หรือเปล่า เจมส์กระซิบถาม
ร่างบางส่ายหัวพร้อมกับตอบว่า ฉันไม่อยากได้นายเป็นดาวนำทาง
แล้วก็ดึงร่างสูงให้ก้มลงมาพร้อมกับกระซิบที่หูว่า เพราะชั้นอยากแค่ได้นายมายืนข้างๆชั้นก็พอ
คำพูดนี้ทำให้ร่างสูงถึงกับยิ้มแก้มปริพร้อมกับพูดว่า ไม่ว่านายจะไปอยู่ที่ไหน ชั้นจะตามไปเสมอ นายไม่มีทางหนีชั้นได้แน่ ชั้นสัญญา ชั้นจะอยู่กับนายตลอดไป ร่างสูงพูดจบพร้อมกับประกบริมฝีปากของร่างบางด้วยปากของตนเพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาจะทำตามที่พูด
แล้วตอนนี้นายหายไปไหนหล่ะเจมส์ เซเวอรัสถามขึ้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา และแล้วเค้าก็ได้สูญเสียคนที่เค้ารักให้แก่ความตายอีกครั้ง และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้จิตใจของเค้าว่างเปล่าและมืดมิดลง
ไม่ว่าดวงดาวจะสุกสว่างแค่ไหน ซักวันมันก็จะต้องดับลง ส่วนคนที่พึ่งพาอาศัยแสงจากดาวดวงนั้น จะถูกทิ้งไว้ให้เผชิญกับความมืดตามลำพัง พร้อมกับรออย่างสิ้นหวังว่า ดาวดวงนั้นจะกลับมาสุกสว่างอีก
The End
ฟิคที่แต่งเรื่องแรกในชีวิต แต่มันดันออกมาทั้งเศร้าทั้งโศก แถมคู่ก็เป็นคู่ที่ไม่ค่อยอ่าน (เพราะมันชอบจบโศก) ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะว่าทำไมถึงแต่งออกมาแบบนี้ เหอะๆๆ ^^"
ตอนแต่งออกมาดราฟท์แรก เหอะๆๆ สองหน้าในเวิร์ดเอง ^^" ยัยลูนที่รับหน้าที่เป็น editor นี่บ่นใหญ่เลยว่า "ทำไมมันถึงสั้นอย่างนี้! มีแต่เนื้อ ไม่มีน้ำเลยนะแก"
555 ก็คนมันเพิ่งเริ่มแต่งนี่นา ^^" ก็เลยกลับไปยืดมาจนได้ประมาณห้าหน้าฝ่าๆ คุณ editor ก็เลยรับหน้าที่โพสท์ลงบอร์ดกริมโหมดให้ (ประมาณว่าตอนนั้นยังโพสท์ฟิคไม่เป็น เพราะไม่เคยเลย ^^")
ยังไงก็ถ้ามีใครหลงเข้ามาอ่านก็ลงชื่อไว้หน่อยนะค้า (ขอคอมเมนท์ด้วยถ้าไม่ลำบาก)

นี่ก้อเปนครั้งแรกเหมือนกันที่ได้อ่านฟิคแฮรี่
ก้อแปลกๆดีอ่ะค่ะเอา2คนนี้มาจับคู่กัน
#1 By Bow (203.118.101.95) on 2006-09-09 16:13